วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

หน้าใสไร้สิวในแบบที่คุณต้องการได้ง่ายๆ กับสูตรบำรุงผิวที่ขอท้าให้ลอง

รักษาสิว

อยากมีหน้าใสไร้สิว ไม่จำเป็นต้องพึ่งครีมราคาแพงหรือยอมเสียเงินเข้าคลินิกความงามเพื่อกำจัดสิวเสมอไป เพราะแค่วิธีทางธรรมชาติก็สามารถกำจัดสิวได้อย่างดีเยี่ยม แถมทำให้ใบหน้าเนียนใสดูกระชับขึ้นอีกด้วย ซึ่งเราก็มีสูตรหน้าใสง่ายๆ มาฝากกัน รับรองว่าต่อให้เป็นสิวเยอะแค่ไหน เจอสูตรเหล่านี้เข้าไป เอาอยู่แน่นอน

หน้าใสไร้สิว กับสูตรลับง่ายๆ ที่ขอท้าให้ลอง

สูตรขมิ้น ฆ่าเชื้อสิว

เป็นที่รู้กันดีว่า ขมิ้นนั้นมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อสิวได้เป็นอย่างดี โดยจะกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวให้หมดไป ทั้งยังทำให้สิวอักเสบค่อยๆ ยุบลงอย่างง่ายดายอีกด้วย โดยให้นำผงขมิ้นชันมาผสมรวมกันกับนมสดและน้ำผึ้ง จากนั้นคนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด ทำเป็นประจำ สิวจะค่อยๆ ยุบและหายไปอย่างแน่นอน แถมยังมีส่วนช่วยในการกระชับรูขุมขนให้ผิวหน้าดูเรยบเนียนยิ่งขึ้น

สูตรโยเกิร์ต สิวหาย ลดความหมองคล้ำ

ผิวหน้าหมองคล้ำจากการสัมผัสกับแสงแดดหรือมลพิษ สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยสูตรหน้าใสจากโยเกิร์ต ที่นอกจากจะลดความหมองคล้ำแล้ว ก็สามารถกำจัดสิวได้โดยตรง ด้วยการนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มาผสมกับเกลือป่นประมาณ ½ ช้อนโต๊ะ คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาขัดให้ทั่วผิวหน้า โดยขัดอย่างเบามือที่สุด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำบ่อยๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หน้าใสไร้สิวแน่นอน

สูตรมะนาว รักษาสิวเร่งด่วน

ต้องการรักษาสิวอย่างเร่งด่วนก็ต้องสูตรนี้เลย เพราะมะนาวมีความเป็นกรดอ่อนๆ จึงสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดเลือนรอยแผลเป็นหรือจุดด่างดำได้ เพียงแค่นำสำลีมาชุบน้ำมะนาว ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำบ่อยๆ สิวจะค่อยๆ ยุบลงอย่างทันใจ แถมผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น แต่ต้องระวังอย่าทิ้งไว้นานเพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้นั่นเอง

สูตรไข่ขาว สยบสิวเสี้ยน

อีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดสิวเสี้ยนและสิวหัวดำที่หาได้ง่ายสุดๆ โดยให้ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดด้วยน้ำอุ่น จากนั้นนำไข่ขาวมาทาให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้สำลีแผ่นบางๆ แปะไว้ ทิ้งไว้สักพักหรือจนไข่ขาวแห้ง ค่อยๆ ลอกแผ่นสำลีออก จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง สิวเสี้ยนจะหลุดออกไป และรูขุมขนแคบลงอย่างเห็นได้ชัด

อยากมีหน้าใสไร้สิวไม่ใช่เรื่องยาก ลองทำตามสูตรหน้าใสเหล่านี้ดูสิ แล้วปัญหาสิวจะหมดไป แถมได้ผิวหน้าที่ดูสวยกระชับยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย ที่สำคัญคือ ประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ รับรองไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน


วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560

รวมสูตรพอกหน้ารักษาสิว สิวหายด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ

สูตรพอกหน้ารักษาสิว

เพราะปัญหาสิวไม่เคยหมดไปจากใบหน้าสักที ต่อให้ล้างหน้าเป็นอย่างดีแค่ไหน อย่างน้อยสิวฮอร์โมนช่วงมีประจำเดือนก็มาเยือนให้ได้ทุกครั้งสิน่า เพราะเหตุนี้ สาวๆ เลยกังวลใจกับปัญหาสิวได้ตลอดกาล และหากใครที่กำลังมองหาสูตรหน้าใสซึ่งถือเป็นสูตรพอกหน้ารักษาสิวในตัว เราเลยไม่รอช้า.. รีบหยิบมาแนะนำโดยด่วน ลองพอกหน้ารักษาสิวตามนี้ ได้ทั้งหน้าใสปิ๊งและผิวหน้ายังปราศจากปัญหาสิวกวนใจอีกด้วย มาดูกันนะคะว่าต้องทำยังไงบ้าง

สูตรขมิ้นชัน

- ส่วนผสม : ขมิ้นผง 1/4 ช้อนชา, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/4 ถ้วย, น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำมะนาว 1-2 หยด

- วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สำหรับสูตรหน้าใสนี้ขมิ้นชันจะทำหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวเรียบเนียนสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่โยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นผิว น้ำมะนาวก็จะผลัดเซลล์ผิวและทำให้สิวยุบลง หายเร็วขึ้นได้


สูตรสตรอเบอร์รี

- ส่วนผสม : สตรอว์เบอร์รี 1/4 ถ้วย, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/4 ถ้วย และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

- วิธีทำ บดสตรอว์เบอร์รีสดให้ละเอียด จากนั้นผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สูตรพอกหน้ารักษาสิวด้วยสตรอว์เบอร์รีนี้ วิตามินซีจะสตรอว์เบอร์รีจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้สิวหายเร็ว และช่วยลดรอยแผลจากสิวได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังนับเป็นสูตรหน้าใสที่เมื่อหมั่นทำเป็นประจำ ผิวหน้าสาวๆ จะขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างแน่นอน

สูตรว่านหางจระเข้

- ส่วนผสม : เจลว่านหางจระเข้ 2 ช้อนโต๊ะ และแตงกวา 1/2 ลูก

- วิธีทำ ปั่นแตงกวาให้ละเอียด ผสมกับเจลว่านหางจระเข้ ปั่นจนได้ส่วนผสมที่เข้ากันดี จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำเย็นให้สะอาด ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยปลอบประโลมผิวได้เป็นอย่างดี ช่วยรักษาปัญหาผิวหนังได้หลายประการ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องสิวก็เช่นเดียวกัน ยิ่งผสานคุณค่ากันกับแตงกวาด้วยแล้ว สารอาหารจากแตงกวาก็จะยิ่งช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื้น มีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง ปัญหาสิวและผดผื่นร้อนก็จะลดลงได้ด้วย หากสาวๆ คนไหนต้องการให้ผิวหน้าขาวใสพร้อมกันจะหยดน้ำมะนาวลงไปผสมเพิ่มสักเล็กน้อยก็ได้ค่ะ เพราะน้ำมะนาวมีกรด AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นได้นั่นเอง

อยากรักษาสิวให้หายเร็วด้วยวิธีธรรมชาติ อย่าลืมใช้วิธีรักษาสิวง่ายๆ ด้วยสูตรพอกหน้ารักษาสิวดังที่แนะนำกันไปนะคะ ผิวหน้านอกจากจะหายจากปัญหาสิวแล้ว ยังได้หน้าใสมาครอบครองอีกด้วย

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

สูตรหน้าใสไร้สิวด้วยเปลือกมังคุด ช่วยรักษาสิวและลบจุดด่างดำ

รักษาสิว

สาวๆ เคยรู้กันหรือไม่ว่ามังคุดที่เรากินกัน นอกจากจะหวานอร่อยแล้ว เปลือกมังคุดยังมีประโยชน์ ช่วยลดการอักเสบและยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยรักษา สิวฝ้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในเปลือกมังคุดจะมี แทนนิน แซนโทน และ แมงโกสติน สารแทนนินจะมีฤทธิ์ช่วยในการสมานแผลให้เร็วขึ้น แมงโกสตินที่ทำให้เกิดหนอง ในทางยาสมุนไพร

สูตรหน้าใสไร้สิวด้วยเปลือกมังคุด ช่วยรักษาสิวและลบจุดด่างดำ

สูตรเปลือกมังคุดรักษาสิว

นำเอาเปลือกมังคุดมาตำ หรือบดขยี้มาผสมน้ำอุ่น โดยผสมอย่าให้ข้นหรือใสจนเกินไป จากนั้นให้นำมาพอกหน้าจนแห้งแล้วล้างออกหรือแต้มเฉพาะจุดที่เป็นสิว ด้วยคุณสมบัติของเปลือกมังคุดจะทำให้สิวอักเสบ และสิวหัวหนอง จะบรรเทาได้เยอะ และอาการสิวที่อักเสบอยู่ดีขึ้น รับรองว่าไม่เกิน 1 อาทิตย์ สิวหายแน่นอน

สูตรรักษาสิวด้วยเปลือกมังคุดกับดินสอพอง

นำเปลือกมังคุดสุกสด 10 ผล มาตัดขั้วออก แล้วนำมาล้างให้สะอาด หั่นเปลือกมังคุดเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นในเครื่องปั่นผลไม้ แล้วนำมากรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำดินสอพอง 1 ช้อนชา มาผสมกับน้ำมังคุด พอให้เหลวเล็กน้อย แล้วล้างหน้าให้สะอาด นำดินสอพองที่ผสมน้ำมังคุดมาพอกบริเวณหัวสิว จะทำให้สิวยุบลง

สูตรลดริ้วรอยจุดด่างดำบนใบหน้าด้วยเปลือกมังคุด

นำเปลือกมังคุดสุกสด 10 ผล มาตัดขั้วออก แล้วนำมาล้างให้สะอาด หั่นเปลือกมังคุดเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นในเครื่องปั่นผลไม้ แล้วนำมากรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำเปลือกมังคุด น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย มาผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาด ควรพอกอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ผลที่ได้คือ จะทำให้ผิวหน้าเนียน ขาวใส และไร้ความมัน

สูตรผิวเนียนนุ่มด้วยเปลือกมังคุด

นำมังคุดสุกสด 10 ผล ตัดขั้วเขียวๆ ออก แล้วล้างให้สะอาด ขยำเปลือกมังคุดให้แระ หรือใช้เครื่องปั่นผลไม้ ปั่นให้ละเอียด นำมากรองกับผ้าขาว เอาแต่น้ำ สีม่วง คล้ายกับน้ำทับทิม นำน้ำมังคุดที่กรอกได้มาผสมกับเกลือแกง 1 ถ้วย ขมิ้นสด และน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 2 ช้อนชา ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน จะได้ครีมสครับผิวขาวด้วยเปลือกมังคุด หลังจากอาบน้ำเสร็จ ให้นำครีมสครับผิวด้วยเปลือกมังคุดมา ขัดเบาๆ ที่ผิวให้ทั่ว พอกทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง 2 ครั้ง/สัปดาห์ ผิวที่หยาบกร้านกับมามีความชุ่มชื่นและเนียบนุ่มขึ้น

นอกจากนี้เปลือกมังคุดยังมีสรรพคุณในการช่วยสมานแผล ช่วยให้แผลหายเร็ว เช่น แผลผุพอง แผลเน่าเปื่อย แผลเป็นหนอง โดยการใช้เปลือกมังคุดฝนกับน้ำปูนใสทางบริเวณแผล หรือ น้ำต้มเปลือกมังคุดแห้งนำมาล้างแผลแทนการใช้น้ำยาล้างแผลหรือด่างทับทิมได้ด้วย


วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

รู้จักสิวประจำเดือน เผยสาเหตุและวิธีป้องกันสิวอย่างได้ผล

ช่วงที่จะมีประจำเดือนและในระหว่างที่มีประจำเดือน ผิวหน้าของสาวๆ ก็มักจะเจอปัญหาสิวผุดขึ้นมากวนใจบ่อย ปัญหานี้จะทำอย่างไรกันดี สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาคำตอบเพื่อรับมือแก้ไข ลองมาอ่านบทความนี้สิคะ เรามีคำแนะนำเพื่อช่วยป้องกันสิวประจำเดือนมาฝากแล้ว

สิวประจำเดือน

สาเหตุของการเกิดสิวประจำเดือน

ก่อนถึงช่วงมีประจำเดือน ร่างกายจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มระดับสูงขึ้น จึงมีผลทำให้เกิดอาการบวมน้ำภายใน รูขุมขนก็จะเล็กลง ต่อมไขมันที่คอยทำหน้าที่ผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาก็เสี่ยงต่อการอุดตันและเป็นสิวขึ้นง่าย เพราะฉะนั้น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงก่อนช่วงมีประจำเดือนนี้อย่างถูกต้อง สาวๆ ก็ควรใส่ใจดูแลผิวหน้าเป็นอย่างดีมากขึ้น โดยควรล้างหน้า ทาครีมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันบางอย่างที่อาจมีผลทำให้เป็นสิวช่วงมีประจำเดือนขึ้นได้ โดยควรดูแลผิวให้ดีทั้งก่อนและในระหว่างที่มีประจำเดือน

วิธีล้างหน้า-ทาครีมเพื่อป้องกันสิวประจำเดือนอย่างได้ผล

หากตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา สาวๆ ใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อช่วยให้ผิวขาวหรือเพื่อคุณสมบัติในการแก้ปัญหาผิวต่างๆ ก็ตาม แต่ช่วงก่อนวันที่จะมีประจำเดือนมาประมาณ 3-4 วัน แนะนำให้หันมาใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวที่มี Salicylic Acid เป็นส่วนประกอบหลัก เพราะสารดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจดและยังช่วยป้องกันการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการทาครีมบำรุงผิวหน้านั้น ก็ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวต่างๆ ไปก่อนเช่นกัน แต่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มี Benzoyl Peroxide หรือ BP ตั้งแต่ 2.5 - 10 เปอร์เซ็นต์เป็นส่วนผสม พร้อมกันนี้ ควรเว้นการทาครีมบำรุงผิวชนิดอื่นๆ ที่เนื้อครีมมีความมันเหนียวเหนอะหนะประมาณ 4-5 วัน ทั้งนี้ก็เพื่อลดปัจจัยในการเกิดสิวลงนั่นเอง

พฤติกรรมที่ควรปรับเพื่อป้องกันการเกิดสิวประจำเดือน


  • การรับประทานอาหาร
  • ก่อนที่สาวๆ จะมีประจำเดือน 3-4 วัน จนถึงในระหว่างที่มีประจำเดือนมา เรื่องการรับประทานอาหาร แนะนำให้ทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและอาหารที่มีน้ำตาลให้น้อยลงมากที่สุด หรือพยายามหลีกเลี่ยงไปเลยยิ่งดี เพราะอาหารเหล่านี้จะเข้าไปทำให้ระดับอินซูลินในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เป็นสิวได้ง่าย นอกจากป้องกันการเกิดสิวได้แล้ว ยังเป็นผลดีต่อรูปร่างของสาวๆ ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักอีกด้วย

  • ออกกำลังกายอยู่เสมอ
  • การออกกำลังกาย ไม่เพียงแค่จะช่วยลดน้ำหนักได้ดีแต่เพียงเท่านั้นนะคะ เพราะในสาวๆ ที่มีสิวประจำเดือนบ่อย การออกกำลังกายก็สามารถช่วยลดสิวได้เช่นกัน เพราะเมื่อไรที่มีเหงื่อออกจากทางรูขุมขน เมื่อนั้นมันก็จะช่วยชะล้างหรือทำความสะอาดรูขุมขนให้เกลี้ยงเกลา เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดปัจจัยในการเกิดสิวลงได้อีกทางหนึ่งแล้ว

  • ควรแต่งหน้าเบาๆ
  • ในช่วงที่มีประจำเดือนมา สำหรับสาวๆ ที่ชอบแต่งหน้า ขอแนะนำให้แต่งหน้าแบบเบาๆ อ่อนๆ ก็พอค่ะ เพราะหากยิ่งแต่งหน้าหนาด้วยเครื่องสำอางหลายชั้น ก็จะทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ง่าย และยิ่งหากล้างเครื่องสำอางออกไม่หมดด้วยแล้ว นี่ก็คือตัวการของการเกิดสิวดีๆ นี่เอง

ทราบกันไปแล้วนะคะว่าสิวประจำเดือนเกิดจากอะไร สามารถรับมือป้องกันได้อย่างไรบ้าง เพียงสาวๆ ทำตามคำแนะนำจากเรา รับรองจะช่วยป้องกันสิวประจำเดือนได้มากขึ้นแน่นอน

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดําด้วยทับทิม

ทับทิบเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ให้รสชาติอร่อยถูกปาก มากไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่สำคัญคือรับประทานง่ายทั้งแบบสด นำไปทำเป็นขนมหวาน หรือจะคั้นเอาน้ำก็ไม่เกี่ยง และในบทความนี้เราได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของทับทิบในการดูแลความสวยความงาม โดยเฉพาะ วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา ซึ่งต้องบอกเลยว่าบางอย่างอาจเป็นสิ่งที่ท่านผู้อ่านไม่เคยรู้มาก่อน มีอะไรบ้างมาดูไปพร้อมๆกันเลยคะ

วิธีทําให้หน้าใส

ทับทิม มีคุณสมบัติเป็น วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา อย่างไร

จัดการปัญหาสิวและผื่นคัน

ทับทิมมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับสิวและผื่นคัน อีกทั้งยังเป็น วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดํา โดยเปลือกของมันอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการรักษาเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อโรคอื่นๆ ถือเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ใช้กำจัดสิวและผื่นคันได้ วิธีการคือให้นำทับทิมสักหนึ่งกำมือไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นรอให้เย็นแล้วบดด้วยเครื่องปั่น นำผงที่ได้มาผสมกับน้ำมะนาวหรือน้ำกุหลาบ แล้วทาให้ทั่วใบหน้าโดยเฉพาะที่เป็นสิวและผื่นคัน ปล่อยทิ้งไว้จนแห้งจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ป้องกันริ้วรอยแห่งวัย

เปลือกทับทิมจะช่วยป้องกันการสลายของคอลลาเจนในชั้นผิว และส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ซึ่งจะช่วยชะลอไม่ให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวันวัยอันควรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้นำเปลือกทับทิมไปตากแห้ง จากนั้นปั่นให้ละเอียด เมื่อได้ผงทับทิมแล้วให้เอาไปผสมกับนมเพียงเล็กน้อย และสามารถเติมน้ำดอกกุหลาบลงไปได้อีกด้วย จากนั้นนำมันมาพอกหน้าทิ้งไว้ รอจนมันแห้งจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองว่าริ้วรอยเหี่ยวย่นจะค่อยๆหายไป ผิวหน้าแลดูกระชับขึ้นอย่างสังเกตได้


เป็นครีมบำรุงผิวธรรมชาติ

นอกจากจะมีประโยชน์ในการกำจัดสิว ลดเลือนริ้วรอยแล้ว เปลือกทับทิมยังมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากมลพิษ ปรับความสมดุลค่า pH ของผิว รวมถึงทำให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มน่าสัมผัสเหมือนผิวเด็ก วิธีการคือให้นำผงที่ได้จากการตากแห้งและปั่นละเอียด ผสมลงในถ้วยเล็กๆ โดยใส่ผงทับทิมลงไป 2 ช้อนชา แล้วตามด้วยโยเกิร์ตธรรมชาติ จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาทิ้งไว้บนใบหน้าและลำคอ สัก 10 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น

ขัดหน้าผลัดเซลล์ผิว

เปลือกทับทิมมีประสิทธิภาพในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ถูกแทนที่ด้วยเซลล์ผิวใหม่ที่สุขภาพดียิ่งกว่า และยังสามารถจัดการสิวหัวดำ หรือที่เรียกกันว่า “สิวเสี้ยน” ได้อีกด้วย ทำให้ทับทิมเป็นหนึ่งใน วิธีทําให้หน้าใส ไร้สิว ไร้จุดด่างดําที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ผงทับทิมตากแห้งที่ได้สัก 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำตาลทรายแดงและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อน และน้ำมันอะโวคาโดเล็กน้อย จากนั้นก็ผสมให้เข้ากัน เพียงแค่นี้ก็นำส่วนผสมที่ได้มาขัดหน้าเบาๆ พยายามนวดให้ทั่วบริเวณใบหน้า และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าก็จะเนียนนุ่ม สะอาดหมดจด สิวเสี้ยนหลุดลอก เผยผิวหน้าสว่างกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ


เป็นสารกันแดด

ประโยชน์ที่ได้จากเปลือกทับทิบยังช่วยปกป้องอันตรายจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะรังสี UVA และรังสี UVB ที่อาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังได้ ใครที่มักออกแดดจัดควรใช้สูตรนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยให้นำผงทับทิมที่ได้มาใส่ไว้ในภาชนะเพียงเล็กน้อย แล้วผสมโลชั่นหรือครีมที่เราใช้บำรุงผิวลงไป (ปริมาณแค่พอทาผิว) จากนั้นนำมาทาที่ผิวประมาณ 20 นาทีก่อนออกจากบ้านหรือออกแดด เพียงแค่นี้ผิวก็มีเกราะป้องกันอันตรายจากแสงแดด ไม่ให้ถูกทำร้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 เคล็ดลับในการดูแลผิวด้วยทับทิม ขอบอกเลยว่าในปัจจุบันผลไม้อย่างทับทิมนี้ถูกนำมาสกัดเป็นครีมบำรุงผิวราคาแพงหลายยี่ห้อ เนื่องจากคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงผิวที่มีอยู่อย่างมากมาย ทั้งนี้ วิธีการที่เรานำเสนออาจจะดูวุ่นวายกันสักหน่อย แต่เพื่อผิวสวยสดใส รับรองว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

5 เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยใส ไม่ให้หน้าเยินหลังเผลอบีบสิว!!

หลังบีบสิวต้องดูแลผิวด้วย 5 วิธีนี้ ไม่อย่างนั้นระวังหน้าเยินเป็นรอยสิวตราตรึงติดหน้าไปนานแสนนาน แบบนี้ไม่โอเคนะคะพูดเลย

เคล็ดลับดูแลผิวหน้า

สาว ๆ ก็เป็นเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ เวลาสิวขึ้นที่หน้าทีไร ก็ห้ามใจไม่ให้ไปบีบไม่ได้ทุกทีเลย แต่ถ้าบีบสิวแล้วปล่อยไว้เฉย ๆ ระวังเถอะหน้าจะเป็นสิวไม่หายขาด หนักกว่านั้นคือรอยดำรอยแดงมากันเต็มหน้า งานนี้ล่ะรักษากันยาวนานกว่าการเป็นสิวธรรมดาอีก ถ้าไม่อยากให้หน้าเยินแบบนั้นละก็ บอกเลยว่าพอบีบสิวเสร็จแล้ว ก็ต้องดูแลผิวด้วย 5 วิธีนี้ให้ไว หน้าจะได้ใสในเร็ววันยังไงล่ะ

5 เคล็ดลับดูแลผิวหน้าให้สวยใส ไม่ให้หน้าเยินหลังเผลอบีบสิว!!

ล้างหน้าให้สะอาด

อย่าปล่อยแผลเปิดหลังบีบสิวไว้เฉย ๆ ไม่อย่างนั้นเชื้อแบคทีเรียทั้งหลายจะเข้าไปได้ ทางที่ดีพอบีบสิวเสร็จแล้วต้องรีบล้างหน้าเบา ๆ ให้สะอาดเอี่ยม ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของเบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ที่ช่วยรักษาสิวได้จะเริดที่สุด


ประคบด้วยน้ำแข็ง

หลังจากบีบสิวจนน้ำเลือดน้ำหนองกระจายแล้ว ให้รีบหยิบน้ำแข็งก้อนมาพันด้วยทิชชูเอาไว้ จากนั้นนำมาประคบตรงจุดที่บีบสิวไปแล้ว ก็จะช่วยให้อาการอักเสบบวมแดงลดลงได้ง่ายขึ้นนะจ๊ะ

อย่าแต่งหน้าทันที

ถ้าคันไม้คันมือจัดจนต้องบีบสิวในตอนเช้าก่อนแต่งหน้า พอบีบเสร็จก็ประโคมรองพื้นคอนซีลเลอร์แบบจัดหนักจัดเต็มเพื่อปกปิดร่องรอย นั่นเป็นวิธีการที่รบกวนผิวมากที่สุดเลยแหละ แถมจะยิ่งทำให้สิวเพิ่มการอักเสบเข้าไปอีก แล้วแบบนี้เมื่อไรสิวจะหายล่ะ


ทาครีมป้องกันการติดเชื้อ

เมื่อไรที่บีบสิวแล้วมีเลือดออกมาด้วย สิ่งสำคัญที่ต้องทำหลังจากนั้นเลยคือการทาครีมป้องกันการติดเชื้อเบา ๆ ตรงแผลที่บีบสิว เพื่อช่วยทำความสะอาดแผลและฆ่าเชื้อโรคทั้งหลาย คราวนี้ล่ะสิวก็ไม่กลับมากวนใจอีกแล้วแน่นอน

แปะด้วยพลาสเตอร์

หลังจากทาครีมฆ่าเชื้อแล้ว ก็อย่าลืมตัดพลาสเตอร์เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อปิดแผลไว้ไม่ให้เชื้อโรคเข้า และเพื่อไม่ให้ครีมที่ทาไว้หลุดออกด้วย

ใครที่เคยบีบสิวแล้วบอกว่าสิวยิ่งขึ้น รอยแดงรอยดำมีเต็มหน้าไปหมด ก็ลองใช้ 5 วิธีนี้ดูสิคะ รับรองว่าสิวหายไม่ทิ้งรอยไว้นานให้ช้ำใจแน่นอน

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

เผยวิธีรักษาสิวฝ้า สิวอุดตันและสิวอักเสบด้วยสับปะรด

วันนี้เราจะมาบอกวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติมากัน นั่นก็คือ วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยสับปะรด สาวๆ หลายคนคงจะสงสัยว่าผลไม้ชนิดนี้ มันสามารถนำมาใช้ในการรักษาสิวอักเสบได้อย่างไร ก็เนื่องจากสับปะรดมีเอนไซม์ papain ที่ช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้วของชั้นผิวหนังให้หลุดออกมา ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น และที่เป็นจุดสำคัญอีกอย่างก็คือ สับปะรดมีเอนไซม์ Bromelain ที่ช่วยลดการอักเสบของแผลที่ผิวหนังได้อย่างดีเลยล่ะ

วิธีรักษาสิวฝ้า

เผยวิธีรักษาสิวฝ้า สิวอุดตันและสิวอักเสบด้วยสับปะรด

สูตรสับปะรดรักษาสิวฝ้า

นำสับปะรดมาล้างแล้วหั่นสับปะรดเป็นชิ้นๆ ให้ได้ 1 จานรองถ้วยกาแฟ ใช้ส้อมยีๆ หรือปั่นให้เนื้อสับปะรดเละๆ จนละเอียด หลังจากนั้นล้างหน้า เช็ดหน้าพอหมาดๆ แล้วทาสับปะรดให้ทั่วผิวหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก ใช้ปลายนิ้วนวดๆ คลึงๆ ไปด้วย หรือแต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบ พอกทิ้งไว้ 10 นาที แล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที จะเกิดอาการคันยิบๆเพราะสับปะรดกำลังกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าของเรา จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้สูตรนี้ได้ทุก 3-4 วัน ถ้าต้องการขจัดกระหรือฝ้าบนใบหน้า สูตรนี้ช่วยให้หน้าหายมันเยิ้ม สับปะรดจะช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างขึ้น ขาวขึ้น กระจะจางลง แต่ถ้าผิวหน้าค่อนข้างแห้งก็ควรใช้สูตรนี้แค่สัปดาห์ละครั้ง

สูตรพอกหน้ารักษาสิวอักเสบ

นำสับปะรดมาปลอกเปลือกและหั่นออกเป็นชิ้นๆไม่ต้องใหญ่มาก แล้วใส่ในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ เทน้ำผึ้งใส่ลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยสัก 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้บดส่วนผสมทั้งหมดที่อยู่ในภาชนะให้เข้ากันจนละเอียดพอประมาณ จากนั้นให้นำเอาทั้งน้ำทั้งเนื้อไปพอกที่ผิวหน้า หรือแต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบก็ได้ แล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที หากใครที่มีปัญหาเรื่องสิวอักเสบ ลองนำสูตรนี้ไปใช้ดูอาจจะช่วยได้มากเลยทีเดียว

สูตรพอกหน้าลดปัญหาสิวอุดตัน

นำสับปะรด 1/4 ลูก มาปั่นผสมเข้ากับแตงกวา 1 ลูก และวุ้นว่านหางจระเข้ ผสมเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกที่ใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้ามัน จะช่วยลดความมันบนใบหน้า กำจัดสิ่งอุดตัน และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวเนียนขึ้นด้วย

บนใบหน้าของเรามักจะมีสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ ในทุกวันการใช้ชีวิตของเราจะต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ ดังนั้นสับปะรดจึงเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่หาได้ง่าย และที่สำคัญในสับปะรดสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกบนใบหน้าของเราให้หลุดออกมา ทำให้สิวอักเสบที่กำลังกวนใจคุณอยู่นั้นจะเริ่มยุบและจางหายไปในที่สุด


วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

ผิวสวยใส ฉายออร่าตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วย 6 เคล็ดลับที่นี้ที่อยากบอกต่อ...

ผิวขาว

ถ้าอยากมีผิวขาวใส เปล่งประกายออร่าไปทั้งเนื้อทั้งตัว แต่ไม่รู้วิธีไหนจะใช้ได้ผล และไม่อยากสวยเสี่ยงตายด้วยการฉีดกลูต้าไธโอนให้ผิว มีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณมีผิวใส เปล่งประกายออร่าตั้งแต่หัวจรดเท้ามาฝากกัน

1. ขัดผิวเพื่อความกระจ่างใส

ขัดผิวเป็นวิธีทั่วไปที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าให้เรา แต่สิ่งที่หลายคนทำกันเป็นประจำก็คือ ขัดผิวหน้า แต่ละเลยผิวกายไปซะนี่ เฮ้อ อย่างนี้ผิวหน้าก็ขาวใสลอยเด่น แต่ผิวกายยังไม่วิ๊งกันน่ะสิ รู้อย่างนี้คราวหน้าก็อย่าลืมขัดผิวที่แขน ขา หน้าอก หลัง และคอด้วยล่ะ อ้อ อย่าลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ให้เหมาะกับผิวในแต่ละส่วนด้วยนะคะ เช่น ฟองน้ำ ใยบวบ ใช้ได้กับผิวที่แขนและขา แปรงสีฟันนุ่ม ๆ ใช้ขัดริมฝีปากได้ แปรงขนนุ่มใช้ขัดหลัง และหินขัดผิวใช้กับเท้า เป็นต้น

2. ทาโลชั่นทุกสัดส่วน

อ๊ะ ๆ อย่าคิดว่าแค่ทาโลชั่นกับผิวนอกร่มผ้าเท่านี้ก็จะทำให้ผิวดูขาวใสเปล่งประกายได้แล้วนะ เพราะผิวส่วนอื่นเองก็ต้องการความชุ่มชื้นเช่นกัน ดังนั้นถ้าอยากมีผิวสุขภาพดีไปทั้งเนื้อทั้งตัว ก็เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือโลชั่นทาผิวให้เหมาะสมกับผิวแต่ละส่วนด้วย ทางที่ดีควรเลือกโลชั่นที่มีส่วนประกอบของเชียร์ บัตเตอร์ อโลเวร่า อะโวคาโด หรือสารสกัดจากมะละกอ เพราะทั้งหมดนี้จะทำให้ผิวนุ่มและเนียนได้สุด ๆ เลยล่ะ


3. อย่าเปลี่ยนเครื่องสำอางบ่อย

มีคนขี้เบื่อจำนวนไม่น้อยเลยที่ชอบเปลี่ยนยี่ห้อแชมพู สบู่ โลชั่น หรือชอบลองสครับผิวตัวใหม่อยู่เรื่อย ๆ แต่รู้ไหมคะว่าการทำแบบนี้นี่แหละ ที่เสี่ยงให้ผิวเกิดอาการแพ้ และระคายเคือง ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ไหนที่ใช้แล้วเวิร์คกับผิว ก็ปักใจใช้ไปนาน ๆ จะดีกว่า สวยไม่เสี่ยงด้วย

4. ใช้ครีมชนิดแอนตี้เอจจิ้งกับผิวกายด้วย

ครีมหรือโลชั่นชนิดแอนตี้เอจจิ้งไม่ได้มีให้ใช้เฉพาะกับผิวหน้าเท่านั้น แต่มีให้เลือกใช้กับทุกสัดส่วนในร่างกาย เพราะเวลาที่ความร่วงโรยของผิวเริ่มมาเยือน มันก็ต้องกระทบไปกับผิวพรรณของเราทั้งหมด โดยเฉพาะผิวบริเวณคอ ที่มักจะโดนเปรียบเทียบกับผิวหน้าได้อย่างชัดเจน ดังนั้นหากเข้าช่วงอายุ 20 ต้น ๆ ก็เริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาใช้กับผิวหน้าและผิวกายกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยดีกว่า


5. กันแดดทั้งตัว

ดูแลผิวพรรณด้วยการทาโลชั่นทั้งตัว หรือขัดผิวทุกสัดส่วนอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องรวมไปถึงการปกป้องผิวพรรณจากแสงแดดและรังสียูวี ศัตรูตัวฉกาจของผิวขาวใสด้วย ซึ่งก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการทาโลชั่นกันแดดทั้งผิวหน้า แขน ขา และผิวใต้ร่มผ้า เพื่อปกป้องยูวีร้ายไม่ให้มาทำลายผิวเรา แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกฤดูด้วยนะคะ เพราะยูวีไม่ได้มีแค่หน้าร้อนนะเออ

6. อย่าอาบน้ำอุ่นนานเกินไป

อาบน้ำด้วยน้ำอุ่นมันแสนสบายเสียนี่กระไร แต่ผิวไม่ได้สบายไปด้วยแน่ ๆ เพราะเมื่อผิวเจอความร้อน จะทำให้ความชุ่มชื้นและน้ำมันธรรมชาติในผิวระเหยออกมาได้มากกว่าปกติ จึงอาจทำให้ผิวแห้ง ไม่ชุ่มชื้น รู้อย่างนี้แล้วคราวหน้าอาบน้ำด้วยน้ำเย็นให้ชื่นใจดีกว่าเนอะ

ผิวกระจ่างใสสุขภาพดีมีได้ไม่ยาก เพียงแค่หมั่นดูแลผิวตามเคล็บลับที่บอกมาทั้งหมดนี้ ร่วมกับทานผักผลไม้และออกกำลังกายเป็นประจำ แค่นี้ก็ได้ผิวใส เปล่งประกายออร่าตั้งแต่หัวจรดเท้ากันแล้วจ้า

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

รักษาสิวได้ไม่อยาก.. เพียงปลี่ยนอาหารที่กิน วิธีกินรักษาสิวให้หายใน 2 สัปดาห์

เวลามี "สิว" โผล่มาเยี่ยมเยียนบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นเล็กเม็ดใหญ่ มาหมู่หรือมาเดี่ยว มันก็เป็นเรื่องให้เราต้องเดือดเนื้อร้อนใจอยู่เสมอ ไม่เห็นจะเป็นเรื่องสิว ๆ ขี้ประติ๋วอย่างที่เขาว่ากันเลย และเจ้าสิวตัวนี้ก็ตามรังควานได้ทุกวัยไม่ว่าจะเป็นวัยแรกรุ่น วัยสาว วัยผู้ใหญ่ ไปจนกระทั่งวัยทองวัยหมดประจำเดือน พึ่งยากินยาทาก็แล้ว แต่พอผ่านพ้นไปได้ไม่นานเมื่อหมดฤทธิ์ยา สิวก็กลับอีก เป็นวงจรแบบนี้อยู่ร่ำไป น่าเหนื่อยหน่ายจริง ๆ

รักษาสิว

คุณเคยได้ยินกันมาบ้างไหมว่า กินอะไรก็ได้แบบนั้น เรื่องสิว ๆ ของคุณส่วนหนึ่งก็มาจากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปแน่ ๆ ถ้าอยากแก้ก็คงต้องแก้กันที่การกินแล้วล่ะ คราวนี้เราจึงนำเคล็ดไม่ลับ ว่าด้วยการกินรักษาสิวมาฝากกัน ถ้าทำตามคำแนะนำต่อไปนี้ได้ครบ ปัญหาสิวกวนใจจะหายไปได้ใน 2 สัปดาห์เท่านั้นค่ะ งั้นจะรอช้าทำไม ไปดูกันเลยดีกว่าเนอะ

1. เพิ่มโอเมก้า 3 ด้วยน้ำมันตับปลา

เริ่มต้นด้วยการเสริมโอเมก้า 3 ให้ร่างกาย กรดไขมันที่มีประโยชน์นี้ช่วยให้เซลล์แข็งแรง ต่อต้านอาการอักเสบได้ดี จึงทำให้อาการของการอักเสบของสิวทุเลาลง ทั้งยังบรรเทาอาการแดงและระคายเคือง ทำให้ผิวหนังกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้นผิวจึงไม่แห้งกร้าน ทำให้สิวที่กำลังเป่งหายเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้มันยังช่วยในการผลิตฮอร์โมนอารมณ์ดีของร่างกาย ที่ไม่เพียงทำให้จิตใจแจ่มใสเบิกบาย แต่ยังทำให้ผิวพรรณผุดผ่องตามไปด้วยโดยคุณสามารถได้โอเมก้า 3 จากการกินปลา ซึ่งควรบริโภคสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือเพื่อความสะดวกจะกินน้ำมันปลาในรูปอาหารเสริมแทนก็ได้ค่ะ

2. กินผักให้มาก

ไม่ใช่แค่เน้นกินแต่ผักใบเขียวเท่านั้น คุณยังต้องเผื่อแผ่การบริโภคไปถึงผักสีต่าง ๆ ชนิดอื่น ๆ ด้วย ร่างกายจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน ทั้งวิตามินเอ บี ซี และเค ทั้งนี้วิตามินเคที่พบได้ในผักกาดหอม ช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือด ผิวพรรณจึงดูเปล่งปลั่งขึ้นได้ ส่วนแครอท มันเทศ ฟักทอง ซึ่งอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน ก็ช่วยต่อต้านสิวได้เหมือนกันนะ ยารักษาสิวอย่างแอคคิวเทนที่จริงแล้วก็เป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบเบต้าแคโรทีนนะ ฉะนั้นกินให้ได้เบต้าแคโรทันจากผัก สิวก็จะหายได้ ในราคาที่ถูกกว่ากันเยอะเลย


3. ลดหวาน

น้ำตาลเป็นอีกหนึ่งตัวการของการเกิดสิว ไม่ว่าจะมาในรูปของน้ำตาลที่เราใช้ปรุงอาหาร หรือมาจากอาหารที่มีความหวานอยู่แล้วในตัว ถึงแม้จะเป็นความหวานจากธรรมชาติอย่างผลไม้ต่าง ๆ ก็ตาม

ในช่วง 2 สัปดาห์นับจากนี้ คุณจึงควรลดการบริโภคความหวานเสีย เพราะความหวานเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะมีสภาพเป็นกรด ทำให้เซลล์เกิดการอักเสบได้ง่าย จึงไม่ดีกับผิวที่เป็นสิวแน่ ๆ แถมยังส่งผลเสียกับระบบฮอร์โมนอีกต่างหาก เมื่อบริโภคหวานมากไป อินซูลินจะถูกหลั่งออกมามากขึ้น และอินซูลินที่ไหลพรั่งพรูก็จะไปกระตุ้นฮอร์โมนอื่น ๆ ให้หลั่งออกมาผิดปกติอีกเช่นกัน โดยหนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนแห่งความเครียด ที่เมื่อคุณเครียดแล้วสิวก็จะผุดตามออกมาเป็นผลพวงพ่วงมาอีกนั่นเองค่ะ เห็นผลเสียที่น้ำตาลให้กับร่างกายคุณมากขนาดนี้แล้ว อย่างงี้จะไม่ลดการกินหวานได้ยังไงกันล่ะคะ

4. ลด-เลี่ยงแป้งขัดขาว

อาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตส่งผลต่อผิวพรรณของคุณไม่ต่างไปจากน้ำตาล เพราะเมื่อคุณกินเข้าไป มันก็จะถูกย่อย และเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้นได้ โดยคาร์โบไฮเดรตแต่ละประเภทก็จะเพิ่มระดับน้ำตาลในเส้นเลือดในอัตราต่าง ๆ กัน ตามดัชนีชี้วัดที่เรียกว่า ไกลเซมิก อินเดกซ์ (Glycemic index) ซึ่งมีค่าที่ 1-100 โดยแป้งขัดขาวนั้นถูกจัดให้มีดัชนีไกลเซมิกสูงถึง 100 เลยทีเดียว และยิ่งดัชนีตัวนี้สูง ก็ยิ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเส้นเลือดมาก ส่งผลกระทบต่อไปยังเรื่องเซลล์ที่จะอักเสบง่าย และผิวพรรณที่มีปัญหาสิวอยู่แล้วทรุดลงกว่าเดิม เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้สิวหายเร็วหายไว ก็ต้องเลี่ยงและลดการบริโภคแป้งขัดขาวด้วยนะคะ ไม่ว่าจะมาในรูปข้าว ขนมปัง หรือธัญพืชก็ตาม

5. ดื่มชาเขียวชนิดไร้คาเฟอีน

ชาเขียวมีประโยชน์กับร่างกายเหลือล้น อย่างที่ใคร ๆ ก็รู้ว่ามันมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เต็มเปี่ยม ช่วยต่อต้านสิวและการอักเสบได้ดีสุด ๆ การดื่มชาเขียวเป็นประจำทุกวันจึงดีกับผิวพรรณของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย เว้นเสียแต่คาเฟอีนที่ได้จากชากลับทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง คุณจึงรู้สึกเพลียและอยากอาหารหวาน ๆ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เผลอฟาดขนมนมเนยเข้าแบบลืมควบคุมตัวเอง เพราะฉะนั้นมารับประโยชน์จากชาเขียวเต็ม ๆ แบบไม่มีคาเฟอีนมาเกี่ยว ด้วยชาเขียวชนิดไร้คาเฟอีนดีกว่า (Decag green tea) และอย่าลืมดื่มเพียว ๆ แบบไม่เติมน้ำตาลด้วยนะ


6. กินผักใบเขียวเยอะ ๆ

ผักใบเขียวมีทั้งคลอโรฟิลและวิตามินเออยู่เพียบ ซึ่งนอกจากดีต่อร่างกายแล้วยังมีประโยชน์ต่อผิวมาก ๆ ทั้งต่อต้านสิว ริ้วรอย การอักเสบของผิว รวมทั้งทำให้ผิวแข็งแรงทนต่อแสงแดดที่มาทำร้ายได้ดีขึ้น ลองเพิ่มสลัดถ้วยเล็ก ๆ เป็นเครื่องเคียงของทุกมื้อ ใส่มันลงในไข่เจียว ปั่นรวมกับสมูธตี้ เท่านี้คุณก็กินผักเพิ่มขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วล่ะ

7. กินโปรตีนดี ๆ

โปรตีนช่วยให้สิวคุณหายได้ไวขึ้น ด้วย 2 คุณสมบัติเด่น ๆ ประการแรกคือ มันช่วยรักษาสมดุลของดัชนีไกลเซมิก จึงไม่ทำให้ร่างกายรู้สึกโหยหรือเพลีย จนเผลอซัดขนมหวาน ๆ เติมเข้าไปให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นและได้น้ำตาลมาบ่อนทำลายผิวอีก ส่วนประการที่สองนั้น ก็เพราะโปรตีนช่วยซ่อมแซมและเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ทำให้สิวทุเลาไว แผนจากสิวหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งคอลลาเจนในผิวของคุณก็เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเหมือนกันนะ กินโปรตีนไปช่วยเสริมโปรตีนแบบนี้ ผิวจะได้สวยเต่งตึงยืดหยุ่นด้วยไงล่ะ

โปรตีนดี ๆ ที่สาว ๆ กินได้หายห่วง ก็คือโปรตีนที่ได้จากพืช เช่น ผักโขม สาหร่ายสไปรูลินา ถั่วบางชนิด รวมไปถึงกรีกโยเกิร์ต ส่วนโปรตีนที่ได้จากสัตว์ก็เห็นจะเป็นไข่ขาวจากไข่ต้ม ส่วนโปรตีนจากเนื้อนั้นสามารถกินสลับ ๆ กันไปได้ โดยเน้นเนื้อที่ไม่ติดมันจะดีที่สุด


8. เติมแบคทีเรียดี ๆ ให้ลำไส้

เคยได้ยินกันไหมคะว่าลำไส้ของเราเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียตั้งไม่รู้กี่ล้านตัว แต่แบคทีเรียนี้ก็มีทั้งที่ดีและไม่ดี แบคทีเรียตัวดี ๆ ก็ช่วยย่อยช่วยในการขับถ่าย ส่วนตัวร้าย ๆ ก็ปล่อยของเสียออกมาให้ร่างกายดูดซึมผ่านผนังลำไส้ใหญ่เข้าไป แล้วก็จะไปเผยผลเสีย ๆ หาย ๆ ที่ผิวพรรณของเราก่อนเป็นอันดับแรก กรณีนี้ก็เช่นเเดียวกับสาว ๆ ที่ขับถ่ายดีมีผิวพรรณสดใส ส่วนใครที่ท้องผูกบ่อย ลำไส้แปรปรวน ก็มีผิวพรรณที่หมอง แถมยังหน้าเป็นสิวอีกต่างหาก

การกินของคุณมีส่วนสำคัญที่สุดที่จะกำหนดได้ว่าในลำไส้ของคุณจะมีแบคทีเรียแบบไหน ถ้าอยากให้สิวหายไวก็ต้องเติมแบคทีเรียที่ดีเข้าไป ซึ่งคุณจะได้แบคทีเรียที่ดีจากอาหารอย่างโยเกิร์ต นมเปรี้ยว มิโสะ กิมจิ ของดอง (ที่คุณดองเองจริง ๆ ไม่ใช่ของดองที่ขายตามในซูเปอร์มาร์เก็ต) เพียวโกโก้ ฯลฯ เป็นต้นค่ะ

9. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ บีบน้ำมะนาวผสมในน้ำด้วย

การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำให้เป็นนิสัย และถ้าเป็นไปได้ลองบีบน้ำมะนาวเพิ่มลงไปในน้ำที่คุณดื่มดูด้วยสิ น้ำมะนาวช่วยดีทอกซ์ร่างกายโดยรวม โดยเฉพาะที่ตับซึ่งเป็นอวัยวะที่กรองสารพิษออกจากร่างกาย ถ้าระบบภายในดี ผิวพรรณที่อยู่ด้านนอกก็จะดีตามไปด้วยได้ไม่ยาก นอกจากนี้มันยังเต็มไปด้วยวิตามินซีที่ทำให้ผิวสุขภาพแข็งแรง และช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ผิวที่เป็นสิวจึงดีวันดีคืนหากคุณได้ดื่มน้ำผสมน้ำมะนาวทุกวันนั่นเองค่ะ

ปัญหาสิวรักษาได้ใน 2 สัปดาห์ด้วยการกิน จากสิวที่จะปะทุหรือกำลังเป่ง ๆ ก็แห้งลง แต่ทางที่ดี คุณก็ควรจะปรับเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป ถ้าทำได้ล่ะก็ร่างกายจะดีจากภายในสู่ผิวพรรรภายนอก ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ อยู่ในวัยไหน ก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาสิวอีกเลยล่ะค่ะ